คะแนนเป็นแค่จุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดจบ
พ่อแม่หลายคนพอลูกทำ Pretest เสร็จ ก็ดูแค่คะแนนรวม
"ได้ 65 คะแนน"
"ดีขึ้นจากครั้งก่อน 5 คะแนน"
"ยังไม่ถึง 70 ที่ตั้งเป้าไว้"
แต่ความจริงคือ คะแนนรวมบอกอะไรได้น้อยมาก สิ่งที่มีค่าจริงๆ คือข้อมูลที่ซ่อนอยู่ในผลสอบ ซึ่งถ้าอ่านเป็น จะเปลี่ยนเป็นแผนพัฒนาลูกได้อย่างตรงจุด
บทความนี้จะสอนวิธีอ่านผล Pretest ให้เป็น และใช้ข้อมูลนั้นวางแผนพัฒนาลูก
ขั้นตอนที่ 1: ดูภาพรวมก่อน
สิ่งที่ต้องดู
คะแนนรวม
บอกว่าลูกอยู่ระดับไหนโดยรวม เมื่อเทียบกับคะแนนเต็ม
เปรียบเทียบกับครั้งก่อน
ดีขึ้น แย่ลง หรือเท่าเดิม?
เปรียบเทียบกับเกณฑ์เป้าหมาย
ถ้าโรงเรียนเป้าหมายคะแนนตัดประมาณ 70% ลูกอยู่ห่างจากเป้าเท่าไหร่?
แต่คะแนนรวมไม่ได้บอกทุกอย่าง
ลองดูตัวอย่างนี้:
| เด็ก | คะแนนรวม | คณิต | วิทย์ | ไทย | อังกฤษ |
|---|---|---|---|---|---|
| A | 70% | 90% | 80% | 50% | 60% |
| B | 70% | 70% | 70% | 70% | 70% |
ทั้งสองคนได้คะแนนรวมเท่ากัน แต่ ต้องพัฒนาต่างกันโดยสิ้นเชิง
- เด็ก A ต้องเร่งภาษาไทยและอังกฤษ
- เด็ก B ต้องยกระดับทุกวิชาให้สูงขึ้นอีกนิด
นี่คือเหตุผลที่ต้องดูลึกกว่าคะแนนรวม
ขั้นตอนที่ 2: วิเคราะห์รายวิชา — หาจุดแข็งและจุดอ่อน
แบ่งกลุ่มวิชา
วิชาที่แข็ง (ได้ 75% ขึ้นไป)
นี่คือจุดแข็งของลูก ไม่ต้องทุ่มเวลามาก แค่รักษาระดับ
วิชาที่พอได้ (ได้ 60-74%)
มีพื้นฐาน แต่ยังไม่แน่น ต้องเสริมให้แข็งแรงขึ้น
วิชาที่อ่อน (ได้ต่ำกว่า 60%)
ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ นี่คือจุดที่ดึงคะแนนรวมลง
จัดลำดับความสำคัญ
หลายคนคิดว่าควรเน้นวิชาที่อ่อนที่สุด แต่จริงๆ ต้องดูหลายปัจจัย:
ปัจจัยที่ 1: น้ำหนักคะแนน
บางโรงเรียนให้น้ำหนักคณิตศาสตร์มากกว่าวิชาอื่น ถ้าวิชาที่อ่อนเป็นวิชาหลัก ยิ่งต้องเร่ง
ปัจจัยที่ 2: ศักยภาพในการพัฒนา
บางวิชาพัฒนาได้เร็วกว่า เช่น ความจำ (คำศัพท์ สูตร) พัฒนาได้เร็วกว่าทักษะการคิดวิเคราะห์
ปัจจัยที่ 3: เวลาที่เหลือ
ถ้าเหลือเวลาน้อย ต้องเลือกโฟกัสสิ่งที่ให้ผลลัพธ์เร็วที่สุด
ขั้นตอนที่ 3: เจาะลึกรายข้อ — หาสาเหตุที่แท้จริง
นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดและคนส่วนใหญ่ข้าม
วิธีวิเคราะห์ข้อที่ผิด
เอาข้อสอบที่ลูกทำมาดู แล้วจัดกลุ่มข้อที่ผิดตามสาเหตุ:
กลุ่ม 1: ไม่รู้เนื้อหา
ลูกไม่เคยเรียนเรื่องนี้ หรือเรียนแล้วแต่ลืม
ตัวอย่าง: ไม่รู้สูตรพื้นที่วงกลม ไม่รู้ความหมายของคำศัพท์
กลุ่ม 2: รู้แต่ประยุกต์ไม่เป็น
ลูกรู้เนื้อหา แต่เอาไปใช้กับโจทย์ที่ซับซ้อนไม่ได้
ตัวอย่าง: รู้สูตรแต่โจทย์ถาม 3 ขั้นตอน ทำได้แค่ 2 ขั้นตอน
กลุ่ม 3: ประมาท/อ่านโจทย์ไม่ดี
ลูกทำได้ แต่ทำพลาดเพราะไม่ระวัง
ตัวอย่าง: โจทย์ถาม ข้อใดผิด แต่ไปตอบข้อที่ถูก, คำนวณถูกแต่ใส่หน่วยผิด
กลุ่ม 4: เวลาไม่พอ
ลูกทำได้ แต่ไม่ทันเวลา เลยต้องเดาหรือปล่อยว่าง
ตัวอย่าง: ข้อท้ายๆ ปล่อยว่างหมด, ตอบแบบไม่ได้คิด
นับจำนวนแต่ละกลุ่ม
| สาเหตุ | จำนวนข้อ | สัดส่วน |
|---|---|---|
| ไม่รู้เนื้อหา | 8 | 40% |
| ประยุกต์ไม่เป็น | 6 | 30% |
| ประมาท | 4 | 20% |
| เวลาไม่พอ | 2 | 10% |
| รวม | 20 | 100% |
ตารางนี้บอกชัดเจนว่าต้องทำอะไร:
- 40% ต้องกลับไปเรียนเนื้อหา
- 30% ต้องฝึกโจทย์ยากขึ้น
- 20% ต้องฝึกความรอบคอบ
- 10% ต้องฝึกบริหารเวลา
ขั้นตอนที่ 4: หาแพทเทิร์น — ผิดเรื่องไหนซ้ำๆ
ดูว่าผิดเรื่องเดิมหรือเปล่า
ลองจดหัวข้อของข้อที่ผิด:
คณิตศาสตร์:
- ข้อ 3: เศษส่วน
- ข้อ 7: เศษส่วน
- ข้อ 12: ร้อยละ
- ข้อ 15: เศษส่วน
เห็นไหมครับ? ผิดเรื่องเศษส่วน 3 ข้อ นี่คือ แพทเทิร์น ที่ต้องแก้
ทำรายการหัวข้อที่ต้องทบทวน
หลังวิเคราะห์ ควรได้รายการแบบนี้:
เร่งด่วน (ผิดหลายข้อ):
- คณิต: เศษส่วนและทศนิยม
- วิทย์: ระบบหมุนเวียนเลือด
ต้องทบทวน (ผิด 1-2 ข้อ):
- คณิต: ร้อยละ
- ไทย: คำราชาศัพท์
- อังกฤษ: Tenses
ขั้นตอนที่ 5: เปลี่ยนเป็นแผนปฏิบัติ
ตัวอย่างการสร้างแผน
จากการวิเคราะห์ สมมติได้ข้อมูลนี้:
ปัญหาหลัก:
1. คณิต — เศษส่วน (ไม่รู้เนื้อหา 3 ข้อ)
2. คณิต — โจทย์ปัญหาหลายขั้นตอน (ประยุกต์ไม่เป็น 4 ข้อ)
3. ทุกวิชา — ประมาท (4 ข้อ)
4. อังกฤษ — Vocab (ไม่รู้เนื้อหา 3 ข้อ)
แผนสัปดาห์นี้:
| วัน | กิจกรรม | เวลา |
|---|---|---|
| จันทร์ | ทบทวนเศษส่วนพื้นฐาน + ทำโจทย์ 10 ข้อ | 1 ชม. |
| อังคาร | ฝึกโจทย์ปัญหาหลายขั้นตอน | 1 ชม. |
| พุธ | ท่อง Vocab 20 คำ + ทำแบบฝึก | 45 นาที |
| พฤหัส | ฝึกเศษส่วนต่อ + โจทย์ยากขึ้น | 1 ชม. |
| ศุกร์ | ทำโจทย์รวมแบบจับเวลา (ฝึกความรอบคอบ) | 1 ชม. |
| เสาร์ | ทบทวนสิ่งที่เรียนมาทั้งสัปดาห์ | 1 ชม. |
| อาทิตย์ | พัก หรือทำกิจกรรมเบาๆ | - |
หลักการสร้างแผนที่ดี
1. เจาะจงและวัดผลได้
ไม่ใช่ อ่านคณิต แต่เป็น ทำโจทย์เศษส่วน 10 ข้อ
2. สมจริง
อย่าวางแผนเรียน 5 ชั่วโมงต่อวัน ถ้าลูกทำได้แค่ 1-2 ชั่วโมง
3. โฟกัส
แก้ทีละเรื่อง ไม่ต้องแก้ทุกอย่างพร้อมกัน
4. มีการวัดผล
ทำ Pretest ครั้งต่อไปแล้วดูว่าดีขึ้นหรือเปล่า
ขั้นตอนที่ 6: ติดตามผลและปรับแผน
เปรียบเทียบ Pretest แต่ละครั้ง
สร้างตารางติดตาม:
| รายการ | ครั้งที่ 1 | ครั้งที่ 2 | ครั้งที่ 3 |
|---|---|---|---|
| คะแนนรวม | 65% | 68% | 72% |
| คณิต | 60% | 70% | 75% |
| วิทย์ | 70% | 72% | 70% |
| ไทย | 65% | 65% | 70% |
| อังกฤษ | 65% | 65% | 73% |
| ข้อผิดจากประมาท | 5 | 3 | 2 |
จากตารางนี้เห็นได้ว่า:
- คณิตและอังกฤษดีขึ้นชัดเจน (แผนได้ผล)
- วิทย์คงที่ (ต้องใส่ใจมากขึ้น)
- ประมาทลดลง (ฝึกความรอบคอบได้ผล)
ปรับแผนตามผล
ถ้าดีขึ้น → รักษาแนวทางเดิม เพิ่มความยาก
ถ้าเท่าเดิม → ต้องเปลี่ยนวิธี อาจต้องหาความช่วยเหลือเพิ่ม
ถ้าแย่ลง → วิเคราะห์ว่าเกิดอะไรขึ้น ปรับแผนใหม่
🎁 แจกฟรี! แบบฟอร์มเทมเพลตบันทึกผล Pretest
เราได้ทำแบบฟอร์มเทมเพลตใช้บันทึกการสอบ Pretest ให้ครับ
คลิกเพื่อเปิด PDF ฉบับพร้อมพิมพ์: เทมเพลตบันทึกผล-pretest.pdf

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง
1. ดูแค่คะแนนรวม
คะแนนรวมบอกอะไรไม่ได้มาก ต้องเจาะลึกลงไป
2. โทษลูกแทนที่จะหาสาเหตุ
ทำไมได้แค่นี้ ไม่ช่วยอะไร ผิดข้อไหน เพราะอะไร ช่วยได้มากกว่า
3. พยายามแก้ทุกอย่างพร้อมกัน
โฟกัส 2-3 เรื่องที่สำคัญที่สุดก่อน
4. ไม่ติดตามผล
ทำ Pretest แล้วไม่เปรียบเทียบกับครั้งก่อน ไม่รู้ว่าพัฒนาขึ้นหรือเปล่า
5. ยึดติดกับคะแนนมากเกินไป
คะแนน Pretest ไม่ใช่คะแนนสอบจริง ใช้เป็นเครื่องมือพัฒนา ไม่ใช่ตัวตัดสิน
สรุป: 6 ขั้นตอนอ่านผล Pretest
| ขั้นตอน | สิ่งที่ต้องทำ | ผลลัพธ์ |
|---|---|---|
| 1 | ดูภาพรวม | รู้ว่าอยู่ระดับไหน |
| 2 | วิเคราะห์รายวิชา | หาจุดแข็ง-จุดอ่อน |
| 3 | เจาะลึกรายข้อ | รู้สาเหตุที่ผิด |
| 4 | หาแพทเทิร์น | เห็นเรื่องที่ผิดซ้ำ |
| 5 | สร้างแผนปฏิบัติ | รู้ว่าต้องทำอะไร |
| 6 | ติดตามและปรับ | พัฒนาต่อเนื่อง |
การอ่านผล Pretest ให้เป็นคือทักษะที่จะเปลี่ยนการเตรียมสอบของลูกไปเลย จาก ทำไปเรื่อยๆ หวังว่าจะดีขึ้น เป็น รู้ว่าต้องทำอะไร และวัดผลได้
Ewerclass เป็นระบบสอบที่ช่วยวางเป้าหมายเป็นขั้นบันได ช่วยเสริมพื้นฐานและการวิเคราะห์แบบยากให้แข็งแรง ลบจุดอ่อนทั้งแบบรายวิชาและรายหัวข้อ ทดลองใช้งานฟรีได้ที่ Ewerclass Web Application