ผ่าสนามสอบดัง: เจาะลึกสถิติ 'อัตราการแข่งขัน' ย้อนหลัง 3 ปี ที่โรงเรียนไม่เคยบอกคุณ

ผ่าสนามสอบดัง: เจาะลึกสถิติ 'อัตราการแข่งขัน' ย้อนหลัง 3 ปี ที่โรงเรียนไม่เคยบอกคุณ

คำโบราณว่าไว้ รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง มิพ่ายทั้งร้อยครั้ง การสอบเข้า ม.1 ก็ไม่ต่างจากการทำสงครามย่อมๆ ครับ และข้อมูลที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่โรงเรียนมักจะประกาศแค่ปีต่อปี แต่ไม่ค่อยมีใครมานั่งวิเคราะห์แนวโน้มให้เห็นชัดๆ คือ อัตราการแข่งขัน

วันนี้ Ewerclass จะพามาผ่าสนามสอบดัง เจาะลึกตัวเลขสถิติย้อนหลัง 3 ปี เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่และน้องๆ เห็นภาพความจริงที่ซ่อนอยู่ และเตรียมตัวรับมือกับความ เดือด ของสนามสอบปีนี้ได้อย่างตรงจุดครับ

อัตราการแข่งขันคืออะไร? ทำไมต้องแคร์?

อธิบายง่ายๆ อัตราการแข่งขัน คือตัวเลขที่บอกว่า ที่นั่ง 1 ที่ มีคนแย่งกี่คน
* คำนวณจาก: (จำนวนผู้สมัครสอบทั้งหมด ÷ จำนวนที่รับจริง)
* เช่น สมัคร 1,000 คน รับ 100 คน = อัตราการแข่งขัน 1:10 (หมายความว่า น้องต้องเก่งกว่าคนอีก 9 คน ถึงจะสอบติด)

ยิ่งตัวเลขข้างหลังสูง ความกดดันยิ่งทวีคูณ และความผิดพลาดเพียงข้อเดียวอาจหมายถึงการหลุดโผทันที

เจาะแนวโน้ม 3 ปีหลัง: สนามสอบ เดือด ขึ้นจริงไหม?

จากการรวบรวมข้อมูลสถิติการรับสมัครสอบเข้า ม.1 ของโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูง (โรงเรียนดังประจำจังหวัด, โรงเรียนสาธิตฯ, และโรงเรียนรัฐบาลยอดนิยมใน กทม.) ย้อนหลัง 3 ปี เราพบแนวโน้มที่น่าสนใจดังนี้ครับ:

(หมายเหตุ: ข้อมูลตัวเลขในตารางเป็นเพียงตัวอย่างจำลองเพื่อแสดงแนวโน้ม ไม่ใช่ตัวเลขจริงของโรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่ง เนื่องจากจำนวนรับและผู้สมัครเปลี่ยนแปลงทุกปี)

📍 แนวโน้มที่ 1: สนาม ห้องเรียนพิเศษ (Gifted/EP) ร้อนแรงที่สุด

นี่คือสนามแรกของปีที่เด็กเก่งทุกคนมารวมตัวกัน และแนวโน้มชัดเจนว่า ผู้ปกครองให้ความสำคัญกับหลักสูตรพิเศษมากขึ้นเรื่อยๆ

ปีการศึกษา จำนวนรับ (คน) จำนวนผู้สมัคร (คน) อัตราการแข่งขัน (โดยประมาณ)
2564 120 950 1 : 8
2565 120 1,100 1 : 9
2566 120 1,350 1 : 11.25

วิเคราะห์: จะเห็นว่าจำนวนรับเท่าเดิม แต่คนสมัครเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้อัตราการแข่งขันพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ การสอบติดรอบนี้จึงไม่ใช่แค่ เก่ง แต่ต้อง เก่งมาก

📍 แนวโน้มที่ 2: สนาม โรงเรียน Top Tier (รอบปกติ) การแข่งขันยังคงสูงเสียดฟ้า

สำหรับโรงเรียนระดับท็อป 5-10 ของประเทศ แม้จะเป็นรอบห้องเรียนปกติ แต่อัตราการแข่งขันก็ยังสูงลิ่ว และค่อนข้างคงที่ในระดับวิกฤต

ปีการศึกษา จำนวนรับ (คน) จำนวนผู้สมัคร (คน) อัตราการแข่งขัน (โดยประมาณ)
2564 300 3,500 1 : 11.6
2565 300 3,450 1 : 11.5
2566 300 3,600 1 : 12

วิเคราะห์: ในสนามนี้ น้องๆ ต้องเผชิญกับคู่แข่งจำนวนมหาศาล การที่อัตราส่วนคือ 1:12 แปลว่าในห้องสอบที่มี 30 คน จะมีคนสอบติดแค่ 2-3 คนเท่านั้น!

📍 แนวโน้มที่ 3: สนาม โรงเรียนทางเลือก/อันดับรอง เริ่มมีความเสี่ยง

เมื่อโรงเรียนดังเข้ายากมาก ผู้ปกครองหลายท่านเริ่มมองหา Plan B หรือโรงเรียนที่มีคุณภาพดีรองลงมา แต่ก็ทำให้โรงเรียนกลุ่มนี้มีอัตราการแข่งขันสูงขึ้นตามไปด้วย จากที่เคยเป็น Safe Zone ก็เริ่มจะไม่ Safe แล้ว

รู้สถิติแล้ว... ต้องเตรียมตัวยังไง?

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้เอามาให้ดูเพื่อให้กลัวจนถอดใจนะครับ แต่เพื่อให้ ตระหนัก และวางแผนให้ถูก

  1. ถ้าเป้าหมายคือ 1:10 ขึ้นไป: การอ่านหนังสือแค่ในตำราเรียน ไม่พอ แน่นอน น้องต้องทำข้อสอบที่ยากกว่าหลักสูตร (เช่น ข้อสอบแข่งขัน, ข้อสอบเกินหลักสูตร) ให้ได้
  2. ความแม่นยำคือหัวใจ: ในสนามที่การแข่งขันสูงขนาดนี้ คะแนนห่างกันแค่ 0.5 คะแนน ก็ตัดสินผลแพ้ชนะได้ การฝึกฝนเพื่อลดความผิดพลาด (Silly Mistakes) จึงสำคัญพอๆ กับการหาความรู้ใหม่
  3. ประเมินตนเองตามความเป็นจริง: ลองทำ Pre-test หรือข้อสอบเก่าจับเวลาจริง แล้วดูว่าคะแนนเราอยู่ในกลุ่ม Top 5-10% ของผู้สอบทั้งหมดหรือไม่ ถ้ายังไม่ใช่ ต้องรีบเร่งสปีดด่วน

สรุป: สนามรบนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับผู้อ่อนซ้อม

สถิติไม่เคยโกหกครับ มันบอกเราว่าการสอบเข้า ม.1 ยุคนี้คือการแข่งขันที่ดุเดือดจริงๆ การเตรียมตัวแบบ พอผ่าน ใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป

การมีตัวช่วยที่ดีในการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ และวัดผลได้จริง จึงเป็นสิ่งจำเป็นมากในการเพิ่มโอกาสที่จะเป็น 1 ใน 10 ผู้ชนะในสนามสอบนี้ครับ


อยากรู้ว่าตัวเองพร้อมแค่ไหนในสนามแข่งขันจริง มาลองทำข้อสอบวัดระดับและฝึกฝนความแม่นยำกับระบบที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเตรียมการสอบแข่งขันโดยเฉพาะ ที่ Ewerclass.com