ปัญหาสุดคลาสสิกของน้องๆ ที่สอบเข้า ม.1 ไม่ใช่ "ทำไม่ได้" แต่คือ "ทำไม่ทัน" ครับ!
ข้อสอบแข่งขันส่วนใหญ่เป็นแบบปรนัย (กขคง) ซึ่งจุดประสงค์คือการ "หาคำตอบที่ถูกที่สุด" ไม่ใช่การแสดงวิธีทำที่สวยงาม ดังนั้น ถ้าน้องๆ มัวแต่นั่งตั้งคูณหารเลขหลักล้าน หรือแก้สมการยาวเหยียดในทุกๆ ข้อ รับรองว่าทำไม่ทันแน่นอน
วันนี้ Ewerclass ขอเสนอ 3 เทคนิคลัด "วิชามาร" ที่จะช่วยตัดตัวเลือกและหาคำตอบได้ภายใน 30 วินาที โดยไม่ต้องคิดเลขจนจบกระบวนการครับ
1. เทคนิค "ดูเลขท้าย" (Last Digit)
วิธีนี้ใช้ได้ดีมากกับการบวก ลบ คูณ ที่เลขเยอะๆ ถ้าตัวเลือก ก-ง มีเลขลงท้ายไม่เหมือนกัน ห้ามตั้งคูณเด็ดขาด!
- โจทย์: 1,234 x 5,678 เท่ากับเท่าไหร่?
- วิธีคิด: ไม่ต้องสนใจเลขข้างหน้า ให้เอาแค่เลขตัวหลังสุดมาคูณกัน คือ 4 x 8 = 32
- คำตอบ: ข้อที่ถูกต้อง ต้องลงท้ายด้วยเลข 2 เท่านั้น กวาดตาดูชอยส์แล้วกาได้เลย!
2. เทคนิค "การประมาณค่า" (Estimation)
ถ้าตัวเลขในชอยส์มีค่าห่างกันมากๆ (เช่น 100, 500, 1,000, 5,000) ไม่ต้องคิดเลขเป๊ะๆ ให้ปวดหัวครับ
- โจทย์: พื้นที่ของวงกลมรัศมี 7.1 เมตร เป็นเท่าไหร่? (สูตร πr²)
- วิธีคิด: แทนที่จะใช้ 7.1 ให้ปัดเป็น 7 ไปเลย แล้วคำนวณง่ายๆ 22/7 x 7 x 7 = 154
- คำตอบ: หาชอยส์ที่มีค่า ใกล้เคียง 154 ที่สุด (และต้องมากกว่านิดหน่อยเพราะของจริงคือ 7.1)
3. เทคนิค "แทนค่าคำตอบ" (Back Substitution)
เทคนิคนี้เหมาะสุดๆ สำหรับเรื่อง "สมการ" หรือโจทย์ปัญหาที่ถามหาค่าตัวแปร (เช่น ถามหาอายุพ่อ, จำนวนเงิน)
- โจทย์: 3x + 15 = 42 จงหาค่า x
-
วิธีคิด: แทนที่จะย้ายข้างสมการ (ซึ่งเสี่ยงย้ายผิดเครื่องหมาย) ให้ลองเอาเลขในชอยส์ ก, ข, ค, ง ไปแทนค่าใน x ดูเลย
- ลองเอาชอยส์ ก. (สมมติว่าเป็น 9) ไปแทน: (3 x 9) + 15 = 27 + 15 = 42
- คำตอบ: ถ้าแทนแล้วสมการเป็นจริง ก็กาข้อนั้นได้เลย เร็วกว่าและชัวร์กว่าด้วย!
4. เทคนิค "ตัดชอยส์ที่เป็นไปไม่ได้" (Elimination)
ใช้ "สามัญสำนึก" ดูความเป็นไปได้ของคำตอบ
- โจทย์: รถวิ่งด้วยความเร็ว 60 กม./ชม. เวลา 2 ชั่วโมง จะวิ่งได้ระยะทางเท่าไหร่?
- วิธีคิด: ถ้าเจอชอยส์ที่ค่าน้อยมากๆ (เช่น 10 กม.) หรือค่ามหาศาล (เช่น 1,000 กม.) ให้ตัดทิ้งทันที เหลือตัวเลือกที่น่าจะเป็นไปได้ (เช่น 100-150 กม.) ก็เพิ่มโอกาสเดาถูกจาก 25% เป็น 50% แล้ว
ฝึกใช้เทคนิคเหล่านี้ที่ Ewerclass
การรู้เทคนิคคือจุดเริ่มต้น แต่ความชำนาญเกิดจากการ "ฝึกใช้จริง" ครับ
ใน Ewerclass น้องๆ จะได้เจอข้อสอบที่จับเวลาจริง ซึ่งจะบีบให้ต้องงัดเทคนิคเหล่านี้มาใช้โดยอัตโนมัติ และในเฉลยละเอียดของเรา ก็มักจะสอดแทรกวิธีคิดลัดแบบนี้ไว้เสมอ เพื่อให้น้องๆ พร้อมที่สุดสำหรับสนามสอบจริง
สรุป: อย่าลืมนะครับ ในห้องสอบ "ความเร็ว" สำคัญพอๆ กับ "ความรู้" ลองเอาวิธีเหล่านี้ไปฝึกใช้ดูนะครับ!
อยากฝึกทำโจทย์แบบจับเวลาเพื่อทดสอบความไวไหม? มาประลองความเร็วกันฟรีได้ที่ แอปพลิเคชันของ Ewerclass.com